อุทยานแห่งชาติศรีน่าน

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน

เป็นอุทยานฯ ที่มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอเวียงสา อำเภอนาน้อย และอำเภอนาหมื่น โดยมีสภาพทั่วไปเป็นเทือกเขา สลับซับซ้อนที่วางตัวในแนวเหนือจรดใต้ขนานกันทั้งทางทิศตะวันตกและตะวันออกแบ่งพื้นที่ออกเป็น ฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก รายรอบสองฝั่งแม่น้ำอุดมไปด้วยป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง โดยในเดือนกุมภาพันธ์จะพบความสวยงามของป่าเปลี่ยนสีที่น่าตื่นตาตื่นใจ นอกจากนี้ยังพบสัตว์ป่าหายาก หลายชนิด เช่น นกยูงซึ่งมีอยู่หลายฝูง เสือดาว เสือดำ หมี กวาง หมาป่า และหมาใน รวมถึงช้างป่า วัวแดง และกระทิง ซึ่งจะอพยพไปมาระหว่างเขตติดต่อประเทศไทย-ลาว

สถานที่ท่องเที่ยว
แก่งหลวง ห่างจากอำเภอนาน้อยประมาณ 35 กิโลเมตร มีเส้นทางเข้าถึงค่อนข้างยากลำบาก แต่เมื่อไปถึงแล้ว นับว่าคุ้มเกินคุ้มเลยทีเดียว ที่นี่เป็นเกาะแก่งตามธรรมชาติ เกิดจากกระแสน้ำในแม่น้ำน่าน ไหลผ่านโขดหินที่กระจัดกระจายอยู่กลางแม่น้ำ เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก จะได้ยินเสียงน้ำกระทบโขดหินดังกึกก้องน่าพิศวง ส่วนหน้าแล้งบรรดาโขดหินและแนวหาดทรายขาว ริมฝั่งน้ำ ก็จะกลายเป็นวิวสวยงามราวกับภาพศิลปะ ซึ่งสามารถลงเล่นน้ำได้ช่วงหน้าแล้ง ในเดือนเมษายนเท่านั้น แต่ไม่สามารถเล่นน้ำได้ในช่วงฤดูฝน เนื่องจากสายน้ำมีสภาพค่อนข้างเชี่ยวกราก

ดอยผาชู้
ถ้าเอ่ยถึงจุดชมทะเลหมอกยามเช้าที่สวยงาม ย่อมต้องมีชื่อของผาชู้ ติดอันดับต้นๆ ของน่าน อย่างแน่นอน แม้ผาชู้มีตำนานเรื่องความรักอันอมตะระหว่างเจ้าเอื้องผึ้งกับเจ้าจันทน์ผา ที่ได้เกิดโศกนาฏกรรมแห่งความเศร้าบนผาแห่งนี้ ทว่าปัจจุบันบนนี้คือที่ทำการของอุทยานแห่งชาติ ศรีน่าน

ตำนานแห่งผาชู้ มีตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า เจ้าเอื้องผึ้งซึ่งเป็นคู่รักกับเจ้าจันทน์ผา จำใจต้องแต่งงานกับเจ้าจ๋วง แต่เจ้าเอื้องผึ้งเสียใจที่ไม่ได้แต่งงานกับคนที่ตัวเองรัก จึงตัดสินใจกระโดดหน้าผาฆ่าตัวตาย ครั้นเจ้าจันทน์ผาตามมา ก็พบว่าเจ้าเอื้องผึ้งได้ กระโดดหน้าผาไปแล้ว จึงกระโดดหน้าผาฆ่าตัวตายตามคนรักตกไปอยู่ใกล้กัน พอเจ้าจ๋วงได้เห็นหญิงที่ตนรักกระโดดหน้าผาไปจึงรู้สึกเสียใจและตัดสินใจกระโดดหน้าผาตามลงไปด้วย แต่ร่างของเจ้าจ๋วงกระเด็นห่างออกไป ด้วยความรักแท้ระหว่าง เจ้าเอื้องผึ้งและเจ้าจันทน์ผา ในชาติต่อมาเจ้าเอื้องผึ้งจึงเกิดเป็นดอกกล้วยไม้เกาะ อยู่ใต้ต้นจันทน์ผา ส่วนเจ้าจ๋วงก็เกิดเป็นต้นสน ณ จุดที่ตกไปนั้นเอง (คำว่า “จ๋วง” เป็นภาษาเหนือ แปลว่า ต้นสน ส่วน “เอื้องผึ้ง” แปลว่ากล้วยไม้) หน้าผาแห่งนี้จึงได้ชื่อว่า “ผาชู้” นับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ทั้งนี้ ในช่วงฤดูหนาวนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางสู่ผาชู้ เพื่อชมทะเลหมอกรับแสงตะวันยามเช้าครั้นเมื่อสายหมอกจางลงก็จะเผยให้เห็นลำน้ำน่านทอดตัวคดเคี้ยวอยู่ปลายผืนป่า ทั้งนี้ การชมทะเลหมอกนั้นต้องเดินทางขึ้นผาชู้ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นระยะทาง 2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินราว 1 ชั่วโมง เตรียมรองเท้าผ้าใบที่สวมกระชับ สบายสะดวกในการปีนป่าย เพราะบางช่วงอาจเจอหินแหลมคม และต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางทุกครั้ง นอกจากนี้ อีกไฮไลท์บนดอยผาชู้ที่พลาดไม่ได้เลย คือ การเป็นสถานที่ตั้งสายธงชาติที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ยาวประมาณ 200 เมตร เรียกว่า ต้องร้องเพลงชาติประมาณ 12 จบกันเลยทีเดียวกว่าจะเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสาได้สำเร็จ

ผาหัวสิงห์และดอยเสมอดาว
อยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 16 สายนาน้อย-ปางไฮ จากบนนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้ 360 องศา ชมอาทิตย์ขึ้นเหนือผืนทะเลหมอก หรืออำลาดวงตะวันลาลับขอบฟ้า ล้วนเป็นภาพความงามที่น่าประทับใจไม่แตกต่างกัน ที่นี่มีพื้นที่กางเต็นท์สำหรับคนอยากนอนนนับดาว การเดินขึ้นไปบนผาสิงห์ อันเป็นหน้าผาที่มีรูปร่างคล้ายหัวสิงห์นั้น มีระยะทาง 2 กิโลเมตร และต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางจากอุทยานฯ ระหว่างทางจะพบต้นจันทน์ผาน่าตื่นตาในวันท้องฟ้าแจ่มใส จากผาสิงห์คุณสามารถมองเห็นอำเภอนาน้อย อำเภอเวียงสา และแม่น้ำน่าน ได้อย่างชัดเจน

<<< คลิกเพื่อดูที่พักในจังหวัดน่าน >>>

ทิวทัศน์ทั้งสองฝั่งแม่น้ำน่าน แม่น้ำน่านทอดตัวผ่านกลางอุทยานฯ ตั้งแต่เหนือสุดจนถึงใต้สุดยาวกว่า 60 กิโลเมตร คุณสามารถล่องเรือ ล่องแพ ชมธรรมชาติสองฝั่งน้ำที่เผยให้เห็นทิวทัศน์ เกาะแก่ง โขดหิน หาดทราย หน้าผา ที่ได้ร้อยเรียงร่วมกันเป็นลำนำอันงดงามจากธรรมชาติ โดยจุดเด่นที่น่าสนใจ ได้แก่ ผาง่าม หน้าผาขนาดใหญ่ ตั้งโดดเด่นอยู่กลางป่าเขาที่เขียวขจี ผาขวาง หน้าผาขนาดใหญ่ ตั้งขวางอยู่กลางแม่น้ำน่าน มีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์

ปากนาย ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลนาทะนุง อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน ห่างจากตัวอำเภอ 27 กิโลเมตร ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 63 กิโลเมตร ปากนายเกิดจากสภาพป่าที่ถูกน้ำเหนือเขื่อนสิริกิติ์ท่วม ที่นี่จึงกลายเป็นแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดของจังหวัดที่รายล้อมด้วยทิวทัศน์สวยงาม คุณสามารถนั่งเรือชมธรรมชาติ หรือพักผ่อนบนเรือนแพของชาวประมง นอกจากนี้ยังมีเส้นทางข้ามไปจังหวัดอุตรดิตถ์ได้ จึงมีนักท่องเที่ยวเดินทางผ่านบริเวณนี้เพื่อแวะชมและพักค้างคืนเป็นจำนวนมาก

ที่พัก มีบ้านพักรับรองนักท่องเที่ยว จำนวน 3 หลัง และเต็นท์พื้นที่กางเต็นท์ จำนวน 3 จุด ได้แก่ บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติศรีน่าน (ดอยผาชู้) บริเวณดอยเสมอดาวและผาหัวสิงห์ บริเวณลานป่าสน (ดอยผาชู้) แต่ต้องเตรียมอาหารไปเอง

อัตราค่าเข้าอุทยานฯ นักท่องเที่ยว ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท


Sri Nan National Park

Sri Nan National park has areas around 583,750 rai or 934 square km. It is located in Waengsa District, Nanoi District and Namuen District. There are mountain in North and South that are parallel in west and east side. This makes the area separated into 2 parts which are west area and east area. Two sides of river are mixed deciduous forest and dry dipterocarp forest. In the mountain, there are hill evergreen forest, dry evergreen forest and pine forest. You can see several rare animals such as many types of peacocks, leopards, black panthers, bears, deer, wolves and Asian wild dog. There are also a lot of important wild animals which are forest elephants, Bantengs and Gaurs. These wild animals go back and forth from Thailand to Lao.

Interesting tourist attractions are below;
1.Samur Dao Mountain and Hua Sing Cliff
Samur Dao Mountain has large areas which are perfect place for watching sunrise and sunset. In the same time, you can also see sea mist in the morning and enjoy stars and lights from Nanoi District at night.
Hua Sing Cliff is a cliff that looks like a crouching lion which turns its head to east. You can enjoy 360 degrees scenario around here. In North, you can see Waengsa District. In South, you can see tremendous mountains. In East, you can see Shu Cliff and Nan River. In West, you can see almost all of Nanoi District and beautiful sunset. Moreover, there is also a nature trail for adventurous people.

2. Shu Cliff
It is a large stone cliff that is located among hunred thousands-rai green mountains. National park office is located in Shu Cliff. In winter, you can see sea mist from Shu Cliff. When there is less mist, you can see Nan river at the edge of Shu Cliff Forest which has the highest flag pole in Thailand. In order to make the flag go to the highest point which is around 200 metre above the ground, people have to sing Thailand’s national anthem about 12 times. The top of Shu Cliff is a perfect place to see sunrise. The distance is approximately 2 km. When you almost reach the top part of the cliff, there are a lot of dangerous stones. Therefore, due to the convenience of climbing, you should bring canvas shoes. This trip will take 1-2 hours. If you want to go, please contact navigating officer.
If you want to come to Sri Nan National Park, use highway number 1083 (Nanoi-Panghi) and go on this way about 20 km. Along the way, there is a view point where you can clearly see mountain in the national park and Nan river which flows from the park to Paknai District. The forests located here are mixed deciduous forest. Thus, if you came here in February, you can see leaf color change which is very beautiful.

Admission fee is 100 bath for adults and 50 bath for children.



Booking.com

Rate us and Write a Review

Your Rating for this listing

angry
crying
sleeping
smily
cool
Browse

Your review is recommended to be at least 140 characters long

Show all timings
  • Monday08:30 AM - 05:00 PM
  • Tuesday08:30 AM - 05:00 PM
  • Wednesday08:30 AM - 05:00 PM
  • Thursday08:30 AM - 05:00 PM
  • Friday08:30 AM - 05:00 PM
  • Saturday08:30 AM - 05:00 PM
  • Sunday08:30 AM - 05:00 PM
  • $$$$
building Own or work here? Claim Now! Claim Now!

Claim This Listing