ดอยอินทนนท์

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่ อำเภอจอมทอง อำเภอแม่แจ่ม อำเภอแม่วาง และ อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ มีเนื้อที่ประมาณ 482.4 ตารางกิโลเมตร หรือ 301,500 ไร่ ประกอบไปด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน มีดอยอินทนนท์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทิวเขาอินทนนท์ (ทิวเขาถนนธงชัยตะวันออก) เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย

สภาพภูมิประเทศทั่วไปประกอบด้วยภูเขาสลับซับซ้อน มีดอยอินทนนท์เป็นยอดเขาที่สูงที่สุด สูงจากระดับน้ำทะเล 2,565 เมตร[2] ยอดเขาที่มีระดับสูงรองลงมาคือ ดอยหัวมดหลวง สูงจากระดับน้ำทะเล 2,330 เมตร ป่าอินทนนท์นี้เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำแม่กลาง แม่ป่าก่อ แม่ปอน แม่หอย แม่ยะ แม่แจ่ม แม่ขาน และเป็นส่วนหนึ่งของต้นน้ำแม่ปิงที่ ให้พลังงานไฟฟ้าที่เขื่อนภูมิพล มีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สวยงาม เช่น น้ำตกต่างๆ โดยเฉพาะน้ำตกแม่ยะ ที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดของประเทศ

ดอยอินทนนท์ เดิมมีชื่อว่า “ดอยหลวงอ่างกา” ต่อมาได้ตั้งชื่อตามพระนามของพระเจ้าอินทวิชยนนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 7

ในอุทยานนั้นมีสภาพป่าเป็น ป่าดิบเขา ป่าสน ป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณ มีพันธุ์ไม้ ไม้สัก ไม้ตะเคียน สนเขา เต็ง เหียง มะเกลือ ไม้แดง ไม้ประดู่ ไม้รกฟ้า ไม้มะค่า ไม้เก็ดแดง ไม้จำปีป่า ไม้ตะแบก ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีดอกไม้ป่าให้พบเห็นอีกด้วย เช่น ฟ้ามุ่ย ช้างแดง รองเท้านารี และกุหลาบป่าสำหรับมอส ข้าวตอกฤๅษี ออสมันด้า มีอยู่ทั่วไปในระดับสูง

แต่สัตว์ป่าในเขตอุทยานนั้นมีจำนวนน้อย เนื่องด้วยถูกชาวเขา ล่าไปเป็นอาหาร ปัจจุบันสัตว์ที่หลงเหลือก็มี เลียงผา กวางผา กวาง เสือ หมูป่า หมี ชะนี กระต่ายป่า และ ไก่ป่า

ปลาค้างคาวดอยอินทนนท์ เป็นปลาน้ำจืดขนาดเล็กในอันดับปลาหนังชนิดหนึ่ง ในวงศ์ปลาแค้ ที่พบได้เพียงแห่งเดียวเท่านั้นในโลก ที่ลำธารน้ำไหลแรงบนทิวเขาอินทนนท์ และอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,200 เมตร ปัจจุบันมีสถานะใกล้สูญพันธุ์แล้ว

สถานีวิจัยโครงการหลวงอินทนนท์ อยู่ในเขตหมู่บ้านม้งขุนกลาง ภายในตกแต่งร่มรื่นสวยงาม มีโรงปลูกดอกไม้ผลเมืองหนาว และยังมีร้านอาหารและบ้านพักให้บริการ น้ำตกสิริภูมิ (กิโลเมตรที่ 30) เมื่อก่อนชาวบ้านเรียกว่า น้ำตกเลาลึ ตามชื่อหมู่บ้านม้ง เราจะเห็นสายน้ำตกสีขาวสองเส้นสวยงามมาก เลยที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ไปไม่ไกลก็จะเห็นเพิงไม้ตั้งเรียงรายอยู่ทางฝั่งขวามือของถนน ชาวบ้านจะนำผักสดๆ ผลไม้แช่อิ่มและงานฝีมือมาวางขายที่ตลาดม้ง ตั้งแต่เช้าถึงเย็น ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ไปประมาน 4.5 กิโลเมตร ก็จะถึงดอยผาตั้ง หน้าผาหินสองลูกตั้งเด่นบนยอดเขา เป็นหนึ่งในจุดชมวิวสวยของดอยอินทนนท์ พระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ (กิโลเมตรที่41) เหมาะสำหรับชมสวนดอกไม้ประดับ ชมวิวสวย และยังเป็นจุดชมวิวยามพระอาทิตย์อัสดงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของดอยอินทนนท์ และเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามเช่นกัน

เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติบนดอยอินทนนท์มีเส้นทางเดินระยะสั้นถึงสั้นมากเดินสะดวกสบายให้สามารถชมธรรมชาติได้ทุกวัย และเส้นทางเดินระยะไกลที่เหมาะสำหรับนักผจญภัยให้เลือกตามสไตล์ กิ่วแม่ปาน เป็นเส้นทางเดินป่าระยะสั้นประมาน 3 กิโลเมตร มีไม้ป่านานาพันธุ์ รวมถึงกุหลาบพันปี กุหลาบขาวและกล้วยไม้ขนาดเล็กที่จะบานเต็มที่ในช่วงปลายหนาว ถ้าโชคดีอาจได้ชมกวางผาที่ออกมาหากินตอนเช้าด้วย เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกาหลวง อยู่บนจุดสูงสุดในประเทศไทย มีความสูง 2,560 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง สามารถขับรถขึ้นถึงได้เลย จุดเด่นอยู่ที่ต้นไม้แต่ละต้นถูกปกคลุมด้วยมอส เฟิน หากโชคดียังจะได้ชมนกกินปลีหางยาวเขียว และต้นกุหลาบพันธุ์ปี

การเดินทาง

จากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งหน้าไปตามทางหลวงหมายเลข 107 เชียงใหม่-หางดล-สันป่าตอง-จอมทอง กิ่งอำเภอจอมทองจะมีทางเลี้ยวขวาเป็นถนนลาดยางขึ้นสู่ดอยอินทนนท์

 




Booking.com

Doi Inthanon National Park

About Doi Inthanon

Also known as “The Roof of Thailand”, Doi Inthanon National Park covers an area of 482 km² in Chiang Mai province north of Thailand. The park is part of the Himalayan mountain range, elevation ranges between 800 and 2565 meters with the highest peak at Doi Inthanon which is the highest mountain in Thailand. Due to the high altitude, the park has high humidity and cold weather all year round. The average daily temperatures are normally around 10-12 °C.

The main attractions of the park are the summit of Doi Inthanon for its spectacular views of early morning, several waterfalls, few trails and the two chedis (stupas) dedicated to the king and queens 60th birthday anniversaries. Most of the waterfalls within the park have relatively good flow of water all year round but the best season for water flow is during the rainy season from May to November. One of seasonal attractions of the park is the blossoms of Siamese sakura flowers covering trees in pink during late January and Februari. The park is also one of top destination in the country for birders.

Doi Inthanon is named in honour of the king Inthawichayanon, one of the last kings of Chiang Mai, who was concerned about the forests in the north of Thailand and wanted to preserve it. After his death his remains was placed in the park as he ordered and the forest was renamed to Doi Inthanon.

The flora consists of sphagnum bog, moist and dense evergreen cloud forest, dry evergreen, pine, mixed deciduous teak and dipterocarp forests.

The Center for Wildlife Research at Mahidol University has recorded total of 362 bird species in the park which makes it in numbers the second highest in Thailand after Kaeng Krachan National Park. Over 190 of the bird species are listed as common to abundant. Some common birds seen in the national park are green-tailed sunbird, ashy-throated warbler, green/purple cochoa, sikkim treecreeper, maroon oriole, bar-throated minla, green-tailed sunbird, rufous-winged fulvetta, chestnut-crowned laughingthrush and speckled/ashy wood pigeons. The big bird migration to Thailand happens March to May with some birds still breeding until June/July makes it a good time to visit the park for birds.

Due to hunting and habitat change bigger mammals such as elephants, tigers, gaurs has been extirpated from the park. Some mammals such as wild boars, gibbons, deer and serows still inhabits the park. There are currently around 65 mammals in the national park, half of these bat species.

The main entrance point to the national park is via a checkpoint at km 8 of the rural road 1009 accessible from the highway 108 southwest from Chiang Mai. The visitor center is less than 1 km further in to the park from this checkpoint and the headquarters another 22 km in at km 30.8. The main campsite is around HQ area where tents with accessories are available for rent. Opening times are 5:30am to 6:30pm.

The entrance fee is 300 THB for foreigners (children 150 THB) and 50 THB for local tourists (children 20 THB).

Rate us and Write a Review

Your Rating for this listing

angry
crying
sleeping
smily
cool
Browse

Your review is recommended to be at least 140 characters long

Show all timings
  • Monday08:00 AM - 05:00 PM
  • Tuesday08:00 AM - 05:00 PM
  • Wednesday08:00 AM - 05:00 PM
  • Thursday08:00 AM - 05:00 PM
  • Friday08:00 AM - 05:00 PM
  • Saturday08:00 AM - 05:00 PM
  • Sunday08:00 AM - 05:00 PM
building Own or work here? Claim Now! Claim Now!

Claim This Listing